บริจาค

เห็นว่า..บล็อกนี้ดี มีประโยชน์... โปรดสนับสนุนผู้ทำบล็อกได้ที่ พร้อมเพย์ 083-4616989
หรือบัญชี 002-1-70462-8 กสิกรไทย สาขาบางลำภู

ควายมาเป็นฝูง



มีแฟนคลับของผมท่านหนึ่ง นำหนังสือของหลวงพ่อวัดปากน้ำกับหนังสือของคุณลุงที่เป็น E-book ไปเผยแพร่ไว้ที่พันธุ์ทิพย์ โดยตั้งชื่อกระทู้ว่า “Link E-book วิชาธรรมกาย

เนื้อหาของกระทู้ก็มีสั้นๆ ดังนี้

เชิญทุกท่านได้อ่าน E-book วิชาธรรมกาย ตั้งแต่ขั้นเบื้องต้นจนถึงขั้นสูงมาก ได้ที่ :

https://www.dropbox.com/sh/160475x745y9rag/E8VnSnvIzz

สามารถดาวน์โหลดได้  อนุโมทนากับทุกท่านที่ได้อ่านครับ

พอลงไปแล้ว มีคนมาให้ความเห็นกันพอสมควร พอที่จะนำมาวิพากษ์วิจารณ์เพื่อให้เป็นประวัติศาสตร์ได้

ผมได้วิพากษ์ไปแล้ว สามบทความ  บทความนี้ก็ว่ากันต่อ

วันนี้จะมาวิพากษ์วิจารณ์ข้อเขียนของคุณ ABP@BDZ ซึ่งเมื่อเจ้าของกระทู้ขอคำอธิบายและหลักฐานก็หนีหายไปเลย

ก็ตามเดิม ตัวอักษรสีน้ำเงินก็เป็นของคุณ ABP@BDZ  ส่วนตัวอักษรสีดำเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ของผม

ถ้าของหลวงพ่อวัดปากน้ำ อันนี้รับประกัน 100% แต่ของลุงการุณย์ อย่าไปยุ่งเลยดีที่สุด เพราะมันออกทะเลไปเยอะ ออกซะจนกู่ไม่กลับแล้ว

ไม่มีครูบาอาจารย์สายธรรมกายที่ไหน เชียร์หนังสือลุงการุณย์

ข้อความตรงนี้ที่แสดงความสมองหมา ปัญญาควายของคุณ ABP@BDZ ได้ดีที่สุด คือ คุณ ABP@BDZ ไม่น่าจะได้อ่านหนังสือของคุณลุงทุกเล่ม

จะว่าไม่ได้อ่านเลย ก็จะหนักเกินไปหน่อย  แต่สันนิษฐานว่า คงไม่ได้อ่าน แต่ฟังเขาเล่ากันมา

คำว่าสันนิษฐานนั้น มีหลักฐานจากพฤติกรรมของคนไทยที่ผมสังเกตมานานพอสมควร คือ คนไทยของเรานี่ 

มักจะไม่อ่านหนังสือที่เป็นฝ่ายตรงข้าม  คือ ไม่ยอมรับรู้ ไม่ยอมศึกษา

พวกพุทโธก็จะอ่านแต่ของพวกพุทโธ พวกยุบหนอพองหนอก็จะอ่านแต่ของพวกยุบหนอพองหนอ ไม่มีใครไปอ่านของคนอื่นกัน

สำหรับผมนั้น ถูกฝึกมาจากการเรียนว่า ถ้าจะวิพากษ์วิจารณ์ใคร มันก็ต้องอ่านของเขาให้รู้ลึกซึ้งพอสมควร

ที่ว่า ลึกซึ้งน่ะ ขนาดไหน ก็ขนาดวิพากษ์วิจารณ์กันได้อย่างเป็นวิชาการ มีคำอธิบาย มีการให้เหตุผลสนับสนุน

เมื่อท่านเจ้าของกระทู้ขอหลักฐาน คุณ ABP@BDZ จึงหนีหน้าออกไปด้วยน้ำตา

ส่วนของธัมมี่ จะว่าถูกก็ถูก จะว่าผิดก็ผิด มันก้ำกึ่งกันอยู่ก็ต้องใช้วิจารณญาณให้ดี

ตรงนี้ ความคิดเห็นของคุณ ABP@BDZ ก็มั่วอีก เพราะ คงไม่ได้อ่านหนังสือของคุณไชยบูลย์อีกเช่นเดียวกัน

เอกสารจากวัดพระธรรมกายมันมั่วทั้งหมด 

ตรงนี้ต้องตีความอย่างฉลาดๆ หน่อย  หนังสือบางเล่ม วัดพระธรรมกาย เอาหนังสือหลวงพ่อมาตัดแปะเป็นส่วนๆ 

อย่างนี้ ไม่ได้หมายความเป็นหนังสือที่วัดธรรมกายผลิตขึ้นมา เป็นแต่เพียงเรียบเรียงขึ้นมา  ถ้าเป็นหนังสือที่บุคลากรของวัดพระธรรมกายเขียนขึ้นมาใหม่เอง มั่วทั้งนั้น

มีคนได้ตั้งแต่ดวงธรรมฯ จนถึงธรรมกายที่วัดธัมมี่ ไปแก้ ไปต่อวิชชาที่อื่นก็เห็นอยู่หลายคน

อันนี้ สำนวนของ คุณ ABP@BDZ นี่ เป็นคนที่ไปได้ยินได้ฟังคนอื่นเขาเล่ามา  ผมนี่เอง ที่มีคนของวัดพระธรรมกายมาเรียนด้วย

ผมนี่แหละมีประสบการณ์ตรงมากที่สุด 

ผมจัดอบรมคราวใด ก็จะมีคนของวัด คนที่ออกจากวัดมาแล้ว มาเรียนกันเป็นจำนวนมาก

ของหลวงป๋า วัดหลวงพ่อสดฯ อันนี้รับประกันได้ เพราะยึดแนวทางหลวงพ่อวัดปากน้ำ และพระราชพรหมเถร วัดปากน้ำ ศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำสายปฏิบัติ

ท่านก็คอยควบคุมการสอนทุกระดับอยู่

ข้อความนี้ ผมเห็นด้วยบางส่วน ในฐานะที่ผมเป็นลูกศิษย์หลวงป๋าด้วยเหมือนกัน ผมไปวัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามประมาณ 10 ปี

หนังสือจากวัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามนั้น ถูกต้องตามคำสอนของหลวงพ่อวัดปากน้ำแน่ๆ แต่หนังสือของวัดหลวงพ่อสดธรรมกายารามอยู่ในระดับกลางเท่านั้น  

ระดับปราบมารไม่มี

ตรงนี้ขอย้ำไว้ก่อน กันไอ้พวกสมองหมา ปัญญาควายนำเอาไปวิพากษ์วิจารณ์แบบโง่ๆ

เราต้องยอมรับกันก่อนว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำมีการปราบมาร หลวงพ่อปราบมารตลอด 24 ชั่วโมง มีหัวหน้าเวรฝ่ายแม่ชี 6 เวร เวรละ 4 ชั่วโมงก็ตลอดวันพอดี

ในการปราบมารนั้น ฝ่ายพระก็ร่วมทำด้วย ทำที่เดียวกัน แต่มีฝากั้น  แต่หัวหน้าเวรฝ่ายพระ ไม่มีการจดบันทึกไว้ว่า มีใครบ้าง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตำราปราบมารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งน่าจะมี แต่ไม่ปรากฏมีเอกสารเป็นหลักฐานมาถึงชั้นหลัง 

ก็สันนิษฐานไปก่อนว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำ คงสั่งด้วยวาจาเป็นส่วนใหญ่

เมื่อคุณลุงการุณย์ บุญมานุชท่านทำวิชาปราบมารต่อมาจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ และมีตำราออกมาเผยแพร่  มันก็ต้องยอมรับกันได้ในทางวิชาการ

ใครปฏิเสธตำราปราบมารของคุณลุง มันก็สมองหมา ปัญญาควาย ตัวจริงเสียงจริงนั่นแหละ

ของอย่างนี้ มันก็ต้องอ่านกันก่อน  ศึกษากันก่อน  จะปฏิเสธตำราโดยไม่อ่าน ไม่ศึกษา ความเป็นมา ความเป็นไปเลย


มันก็ควายจริงๆ   บทความนี้ มีควายเป็นฝูงเลยวุ้ย...........



ขอให้เขามันขึ้นทีเถอะ


มาวิพากษ์วิจารณ์ข้อเขียนของคุณ ABP@BDZ  กันต่ออีกสักหนึ่งบทความ

ก็ตามเดิม ตัวอักษรสีน้ำเงินก็เป็นของคุณ ABP@BDZ  ส่วนตัวอักษรสีดำเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์ของผม

ในบรรดาลูกศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำสายปฏิบัติด้วยกัน ถ้าสายพระจริงๆ ตั้งแต่หลวงพ่อวัดปากน้ำลงมา ถึงศิษย์ชั้นหลัง ๆ

เรียนบาลีสอบเอาเปรียญบ้าง ไม่เรียนบ้าง แต่ทุกท่านก็ไม่ได้ละเลยพระปริยัติ ท่านปฏิบัติไป ท่านก็ศึกษาพระปริยัติไป

ตรงนี้ก็แสดงความสมองหมา ปัญญาควายของคุณ ABP@BDZ อีกแล้ว 

คุณ ABP@BDZ นี่ ผมสงสัยว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป แกคงจะโง่ลงเรื่อยๆ  ตามคำแช่งของผม ที่เขียนไป แช่งไป

ชาติแกอาจจะเกิดเป็นหมา  แต่โง่แบบควาย  หรือเป็นควาย แต่โง่แบบหมา  อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นแน่แท้

ในวัดปากน้ำยุคหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น มีสำนักเรียน 2 สาย  คือสายนักธรรม และสายบาลี  แต่ละสายมีครูประจำ  สายที่สามคือ การปฏิบัติธรรมหรือสายวิปัสสนาธุระ หลวงพ่อสอนเอง

พระที่มาสู่สำนักวัดปากน้ำ  หลวงพ่อจะชูนิ้ว 3 นิ้ว  เหมือนลูกเสือ  แจ้งว่าวัดนี้มีการศึกษา  3  อย่าง  คือ  นักธรรม  บาลี  และวิปัสสนา  จะเลือกอย่างไหน 

เวลาจะรับพระเข้าวัด  มีข้อบังคับว่า  ต้องเลือกเอาอย่างหนึ่งจะไม่เลือกเลยไม่ได้  คือจะมาอยู่เฉยๆ ไม่ได้  อันนี้เป็นกติกาของวัด  และต้องปฏิบัติตามระเบียบของวัด 

ดังนั้น พระที่เรียนนักธรรม หรือเรียนบาลี ก็มักจะไม่ปฏิบัติธรรม บางท่านก็ปฏิบัติธรรมเอาตอนแก่แล้ว  และท่านก็เขียนเปิดเผยไว้ก็มาก

สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ  มันนั่งเทียนเขียนเอาแท้ๆ

แต่ถ้าสายแม่ชี ที่มีอุตสาหะบ้าง อย่างแม่ชีญาณี ศิริโวหาร ท่านก็ไขว่คว้าศึกษา จนสอบธรรมศึกษาเอกได้ สมัยก่อนยังสอบกันยาก ไม่เหมือนเดี๋ยวนี้

นอกนั้นไม่ใคร่ศึกษา ทำวิชชาซะอย่างเดียว ถูกผิดพระธรรมวินัยอย่างไรก็ไม่ใคร่จะรู้

เราจึงเห็นอะไรแปลกๆ ออกมาจากสายแม่ชีซะเยอะ

ตรงนี้ สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ ต้องการตีตั๋วไปนรก ซึ่งก็คงจะได้ไปสมใจ เพราะ ผมแช่งเอาไว้แล้ว 

ผมก็ไม่เข้าใจว่า คุณ ABP@BDZ ไปโจมตีแม่ชีท่านทำไม  ท่านไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ใครเลย 

ในกรณีของแม่ชีจันท์ ขนนกยูงนั้น  ความผิดของท่าน ถ้าจะมีก็เพราะ ท่านเป็นอาจารย์ของคุณไชยบูลย์เท่านั้น 

ความผิด ความเลวของคุณไชยบูลย์นั้น คนที่ด่ามากที่สุด ก็น่าจะเป็นผมในขณะนี้ ผมยังไม่อยากจะกล่าวหาว่า เป็นความผิดของแม่ชีจันท์เลย

เพราะ ถ้าลูกศิษย์ทำตัวเป็นคนเลว แล้วความผิดไปตกกับอาจารย์ อาจารย์ที่สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาฯ ก็คงจะผิดไปด้วย  เพราะ ผลิตนักการเมืองออกมามาก

อย่างสายธัมมี่ สายลุง อันนี้ก็สายแม่ชี เพราะสายแม่ชีท่านไม่ค่อยได้ศึกษาปริยัติ แล้วไม่ค่อยเห็นความสำคัญซะด้วย

แต่สายพระท่านศึกษาปริยัติด้วย ท่านเห็นความสำคัญด้วย

คุณ ABP@BDZ นี่แกก็นั่งเทียนเขียนไปเรื่อย  สมองหมา ปัญญาควายตัวจริงเสียงจริง

คุณลุงการุณย์นั้น เมื่อเข้าวัดปากน้ำ มันก็ต้องไปอยู่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ก็ต้องนับว่าเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ เพราะ ทันหลวงพ่อ  เมื่อหลวงพ่อมรณภาพก็บวชเณรให้

เราจะไปนับกันขาดเลย แบบคุณลุงไม่เกี่ยวกับหลวงพ่อวัดปากน้ำเลย เพราะ มาอยู่ฝ่ายแม่ชีได้อย่างไร

คุณลุงก็เรียนไปทั่ว  กับหลวงพ่อภาวนาฯ ท่านก็ไปเรียนด้วย  หลวงพ่อภาวนากับหลวงป๋าทำหนังสือขึ้นมา  หลวงพ่อภาวนายังให้คุณลุงไว้ มีลายเซ็นด้วย

แล้วคำว่า “ปริยัติ-ปฏิบัติ-ปฏิเวธ” นี่  คุณ ABP@BDZ แกเข้าใจดีหรือเปล่าก็ไม่รู้  ในการเรียนปริยัติของฝ่ายปฏิบัติธรรมนั้น  ไม่ต้องได้เปรียญหรอก  เราอ่านเอา พอเข้าใจแล้วก็ไปปฏิบัติ

ถ้าจะยึดเกณฑ์นี้ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านก็ไม่ได้เปรียญใดเลย เพราะ หลวงพ่อไม่เคยสอบ แต่ความรู้ของท่านนั้น เกินพวกได้เปรียญ 9 ไปไม่รู้เท่าไหร่

สายลุงชอบตำหนิสายพระว่า หลวงพ่อสอนยังไง ก็ยังสอนอยู่อย่างนั้น ไม่ advance เหมือนตน ศิษย์ต้องเก่งกว่าครูสิ ไม่ใช่ดักดานกับวิชชาเดิมๆ

คำว่า “สายลุง” นี่  ไม่รู้กล่าวถึงใคร แต่คงไม่ใช่คุณลุงเอง

ในความเป็นจริงแล้ว  สายคุณลุงไม่ค่อยมีใครไปโจมตีวัดปากน้ำ โจมตีวัดหลวงพ่อสดอย่างที่ คุณ ABP@BDZ ว่ามา  แต่ถ้าคุณไชยบูลย์วัดพระธรรมกายนั้นอีกเรื่องหนึ่ง

ข้อความที่สมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ  ยกมานั้น  ใส่สีใส่ไข่มากเกินเหตุ  ศัพท์ใหม่ๆ เขาก็ว่า “ดราม่า” เกินไปหน่อย

แต่จริงๆ คือสายพระท่านรักษาตามแนวหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตามพระธรรมวินัยมากกว่า ไม่ใช่แต่งเติมหลักการเอาตามความชอบใจของตัวเอง

ข้อความสุดท้ายนี่แหละ ที่เป็นข้อความ “ฆ่าตัวตาย” ของสมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ 

หนังสือคุณลุงนั้น อธิบายและขยายความตำราของหลวงพ่อวัดปากน้ำทั้งสิ้น  ยกเว้นหนังสือปราบมาร คุณลุงต้องเขียนขึ้นมาใหม่ เพราะ ไม่มีตำราเดิมให้อ้างอิง

การปราบมารของคุณลุงนั้น หลวงพ่อวัดปากน้ำนั่นแหละ เป็นผู้ควบคุม  อย่างนี้ จะกล่าวหาว่า “แต่งเติมหลักการเอาตามความชอบใจของตัวเอง” ได้อย่างไร

สุดท้ายนี้ ขอเขียนไว้ให้ปรากฏเป็นหลักฐานว่า....

ผมชอบด่าคนโน้นคนนี้ว่า “ไอ้ควาย” อยู่เป็นประจำ  วันหนึ่ง วิทยากรท่านหนึ่งมาเตือนว่า “พระพุทธองค์ท่านฝากมาเตือน อย่าไปด่าใครเป็นควายมากนัก เดี๋ยวถ้าเขามันขึ้นมา จะยุ่ง”

ความตั้งใจของผมนั้น อยากจะให้เขามันขึ้นที่หัวของสมองหมา ปัญญาควาย ABP@BDZ  คนนี้จริงๆ

พับผ่าเถอะ....



PAKAVAKORN เตรียมหนี


มีแฟนคลับของผมท่านหนึ่ง นำหนังสือของหลวงพ่อวัดปากน้ำกับหนังสือของคุณลุงที่เป็น E-book ไปเผยแพร่ไว้ที่พันธุ์ทิพย์ โดยตั้งชื่อกระทู้ว่า “Link E-book วิชาธรรมกาย

เนื้อหาของกระทู้ก็มีสั้นๆ ดังนี้

เชิญทุกท่านได้อ่าน E-book วิชาธรรมกาย ตั้งแต่ขั้นเบื้องต้นจนถึงขั้นสูงมาก ได้ที่ :

https://www.dropbox.com/sh/160475x745y9rag/E8VnSnvIzz

สามารถดาวน์โหลดได้  อนุโมทนากับทุกท่านที่ได้อ่านครับ

พอลงไปแล้ว มีคนมาให้ความเห็นกันพอสมควร พอที่จะนำมาวิพากษ์วิจารณ์เพื่อให้เป็นประวัติศาสตร์ได้  ผมได้วิพากษ์ไปแล้ว สามบทความ  บทความนี้ก็ว่ากันต่อ

ในบทความที่แล้ว  ผมได้วิพากษ์วิจารณ์ความเห็นของ คุณ ABP@BDZ ไปแล้ว  ความคิดเห็นต่อมาเป็นของคุณ PAKAVAKORN ซึ่งมาให้ความเห็นสนับสนุนความเห็นของคุณ ABP@BDZ ดังนี้

เห็นด้วยกับความเห็น 7 เรื่อง นายการุณย์ รับไม่ได้จริงๆ เรื่องพระพุทธเจ้า โดนมารกักขัง ล่ามโซ่  จนตัวเองต้องไปช่วย ออกมา

เพี้ยน สุด  แม่ชีที่ได้ธรรมกายชั้นสูง ท่านก้อเตือนว่าอย่าไปยุ่ง เด๋ว เพี้ยน 

ไม่ใช่โดนขังพระองค์เดียวนะ  ตั้งหลายพระองค์  ไปแต่งนิยาย เหอะแย่

ท่านเจ้าของกระทู้ก็ความคิดเห็นของคุณ PAKAVAKORN ดังนี้

อยากจะได้รายละเอียดของความเห็นที่ 9 ดังนี้

คุณลุงการุณย์รับหน้าที่ปราบมารมาจากหลวงพ่อวัดปากน้ำ  จึงทำหน้าที่ต่อ หลักฐานก็คือ หนังสือปราบมาร จำนวน 6 เล่ม และบันทึกปราบมารจำนวน 31 เล่ม (บันทึกเหล่านี้ ลูกศิษย์ใกล้ชิดได้อ่าน)

คุณลุงไปพบเหตุการณ์ในอายตนะนิพพาน จึงนำมาเผยแพร่  และมีหลักฐานดังกล่าว

คุณความเห็นที่ 9 ได้ทำวิชาธรรมกาย และเข้าไปในนิพพานใช่หรือไม่  และได้ไปพบกับพระพุทธเจ้า และพระพุทธเจ้าปฏิเสธว่า หนังสือที่คุณลุงเขียนผิด ใช่หรือไม่

หรือว่า คุณความเห็นที่ 9 ไม่มีวิชาธรรมกายใดๆ ไม่เคยเรียน หรือเรียนแล้วไม่ได้ผล  จึงเขียนไปตามความเชื่อของตนเอง

ในกรณีนี้ อยากจะเสนอแนะแนวคิดที่ว่า

ในทางวิชาการของโลก มีความรู้ใหม่ๆ ขึ้นมาตลอดเวลา  โลกก็เจริญขึ้น

ตามความเห็นที่ 9 ท่านหมายถึงว่า ความรู้ในทางธรรมนั้น สิ้นสุดแล้ว ตันแล้ว ไม่มีทางวิชาจะพัฒนาต่อยอดขึ้นไปได้ ใช่หรือไม่..

ในกรณีนี้ ท่านผู้เขียนมีความรู้ในทางธรรมในระดับใด  ถ้าเก่งจริง อยากจะสนับสนุนให้ตั้งตัวเป็นเกจิอาจารย์  เพื่อเผยแพร่แนวคิดของท่านให้ไปทั้งโลก

คำตอบของท่านเจ้าของกระทู้ถือว่าเข้าหลักวิชาการเลยทีเดียว  คือ การที่เราจะไปตัดสินว่า “อะไรผิด” หรือ “ใครสอนผิด” นั้น  เราต้องมีความรู้มากพอสมควร คือ มากพอๆ กับคนที่เราจะไปวิจารณ์

นักวิชาการหรือนักวิทยาศาสตร์ ถ้าไปถามท่านเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ นอกสาขาของท่าน ท่านจะบอกเลยว่า “ไม่รู้” หรอกครับ ไม่ได้ศึกษามาในทางนั้น 

ขนาดในสาขาเดียวกัน แต่แขนงวิชาอื่น ท่านยังแบ่งรับแบ่งสู้เลย เพราะ ถ้าไม่รู้จริงๆ จะไปฟันธงว่าผิด ว่าถูกไม่ได้

แล้ว คุณ PAKAVAKORN  แกมีความรู้ในระดับไหน ถึงจะกล้าไปตัดสินว่า คุณลุงสอนผิด

อย่างไรก็ดี คุณ PAKAVAKORN แกใจสู้กว่า คุณ ABP@BDZ ที่หนีหายไปจากวงการเลย  แกเข้ามาให้ความเห็นต่ออีกว่า

ผมไม่ใช่พวกคุณนะ จะได้ตั้งตัวเป็นเกจิอาจารย์ แล้วก้อสอนคนอย่างผิดๆ มิจฉาทิฐิมาแรงนะ 

มีแต่สมถะที่พิศดารได้ไม่รู้จบสิ้น  จขกท  คงไม่เคยสักครั้ง ที่ประสบผลจากการฝึกฝนทางวิปัสสนา มาบ้าง

จะพูดคิดทำ อะไร นึกถึงธรรมของพระพุทธเจ้าบ้างนะคับ ท่านประเสริฐ จนนายการุณย์เข้าไม่ถึงท่านหรอกคับ  นอกจากจะ มโนเอาเอง

แม้กระทั่ง จิตผู้รู้ ผมว่าพวกคุณ ยังไม่เคยประสบเลยด้วยซ้ำ

อ้อ แนะนำว่า เก็บ หนังสือพวกนี้ ให้ สำนักของคุณดูก้อพอแล้ว  ไม่ต้องเผื่อแผ่หรอกคับ บาปเปล่าๆ

คุณ PAKAVAKORN ยังไม่รู้ตัวเลยว่า ท่านเจ้าของกระทู้เขาด่าทางอ้อมว่า มีความรู้ในระดับเกจิอาจารย์หรือไม่  ดันทะลึ่งรับมุขอีก  แล้วก็เริ่มเพ้อไปทางวิปัสสนากรรมฐาน

ท่านเจ้าของกระทู้ก็ตอบมาอีกที ดังนี้

อยากจะให้คุณ PAKAVAKORN ช่วยบอกรายละเอียดสักนิดว่า "คำสอนของคุณลุงการุณย์ บุญมานุช" นั้น ผิดอย่างไร ผิดจากพระไตรปิฎกเล่มไหน อย่างไร

สำหรับหนังสือนั้น มีคนมาขออ่านเป็นจำนวนมาก ผมจึงอำนวยความสะดวกให้อีกทางหนึ่ง

ผมยังยืนยันว่า หนังสือของคุณลุงการุณย์ ซึ่งขยายความของหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น ตรงตามพระไตรปิฎกทุกตัวอักษร

คุณ PAKAVAKORN เห็นว่า เนื้อหาหน้าไหนไม่ตรง ผิดอย่างไรก็บอกมาเลย  ทางผมจะได้ไปหาคำตอบมาให้

บอกว่า "ผิด" แต่ไม่อธิบายว่า "ผิดอย่างไร" ทางผมก็ตอบไม่ถูก

คุณ PAKAVAKORN ยังใจดีสู้เสือ หลังจากหายไป 3 วัน คงจะไปเลียแผลมา และมาให้ความเห็นอีกครั้งว่า

http://pantip.com/topic/30083695

เท่าที่ยกมานี่ ก้อเพียงพอแล้วที่คนปกติทั่วไปน่าจะเอะใจบ้างว่า ธรรมของพระพุทธเจ้าตื้นเขิน ขนาดนั้นหรือ

บารมีพระองค์ ที่บำเพ็ญเพียรมา ทั้งมหาสติ มหาปัญญา มหากรุณา ไม่ใช่ไปกำจัดมารภายนอกที่ไหน แต่ใช้จัดการกับมารภายใน ซึ่งก็คือกิเลส ที่มาห่อหุ้มใจ

ธรรมที่นาย การุณย์สอน ขาดสัมปชัญญะ คือ ขาดความรู้ตัว ไม่เคยเลย ที่จะเห็น นิมิตเป็นเพียงสภาวธรรมอันหนึ่ง ซึ่งสามารถ เกิด และ ก้อดับได้

จิตจะไหลเข้าไปในดวงนิมิตตลอดเวลา หลง ไปในดวง หรือ รูปนิมิต ตลอด  มีแต่ จิตผู้หลง ไม่เคยมี จิตผู้รู้ จิตสร้างภพ ก้อ ไม่รู้ว่า จิตสร้างภพ จัดเป็น สังขารธรรม อย่างหนึ่ง มีแต่การ ปรุงแต่งของจิตตลอดเวลา

อีกทั้งยังดูหมิ่น การปฏิบัติ สายอื่นอีก  ที่สำคัญยังสำคัญตัวผิดว่ามีบารมี ถึงขนาดไปช่วยพระพุทธเจ้า หลายพระองค์จากมาร รับไม่ได้จริงๆ

กรรมที่ ดูหมิ่น บารมี มหาสติ มหาปัญญา ของพระพุทธเจ้า ถึงแม้จะรู้เท่าถึงการณ์ หรือ ไม่ก้อตาม  ผมไม่อยากคิดเลย ว่านอกเหนือ จะเป็นมิจฉาทิษฐิ ปัญญาวิบัติแล้ว จะมีอกุศลกรรมใดอีก ที่จะได้รับ

ธรรมของพระพุทธเจ้า  ถูกเปลี่ยนแปลง สภาวไปหมด ธรรมนั้นก้อไม่ใช่ธรรมอันบริสุทธ์ของพระพุทธเจ้า แล้วละคับ

ผมคงไม่เข้ามาตอบอีก  ขอให้ โชคดีนะคับ

เท่าที่ผมติดตามอ่านการเสวนาในครั้งนี้มา ผมชักจะเริ่มนับถือความใจถึงของคุณ PAKAVAKORN บ้างแล้ว  แต่พอมาพบข้อความสุดท้ายก็สุดเซ็ง

เถียงกับเขายังไม่ทันไร ยกผ้าขาวยอมแพ้เสียแล้ว

ลิงก์ที่ คุณ PAKAVAKORN ให้ไปอ่านนั้น  ผมก็ไปอ่านมาแล้ว ก็เป็นกระทู้ที่ คุณ PAKAVAKORN โจมตีคุณลุงการุณย์ บุญมานุชไว้

ไม่รู้ว่า ลูกศิษย์คุณลุงได้อ่านกันบ้างหรือเปล่า  แต่ถ้าอ่านก็คงไม่มีใครไปโต้แย้งในนั้น เพราะ คุณลุงห้ามไว้

อย่างไรก็ดี  คุณ PAKAVAKORN แกก็สมองหมา ปัญญาควายอีกคนหนึ่งเท่านั้น สันนิษฐานว่า แกไปอ่านของคนอื่นเขามา  ก็เอามาเขียนต่อ แบบอยากได้หน้า

พอใจบอกว่า “ผิดตรงไหน” และ “ผิดอย่างไร” ก็ไปไม่เป็น เพราะ ไม่รู้จะอธิบายให้เหตุผลอย่างไร

โง่แบบนี้ นอนอยู่กับบ้านเงียบๆ ก็ดีแล้ว......... ทะลึ่งมาแสดงความโง่ในที่สาธารณะอีก กรรมของคุณ PAKAVAKORN ไม่ได้มีแค่นั้น ซึ่งจะอธิบายต่อไปในบทความสุดท้าย...